มีรถหนึ่งคัน มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างต่อปี
คนส่วนใหญ่คิดงบซื้อรถจากค่างวด แล้วพบทีหลังว่ารถมีค่าใช้จ่ายอีกก้อนที่ต้องจ่ายทุกปีไม่ว่าจะผ่อนหมดแล้วหรือยัง หน้านี้ไล่ให้ครบทุกรายการ พร้อมวิธีคิดของแต่ละก้อน
อัปเดตล่าสุด 4 ตุลาคม 2569
ภาษีรถประจำปี คิดจากขนาดเครื่องยนต์
รถยนต์นั่งไม่เกินเจ็ดที่นั่ง ซึ่งคือรถเก๋งและเอสยูวีส่วนใหญ่ คิดภาษีตามความจุกระบอกสูบ 600 ซีซีแรก ซีซีละ 50 สตางค์ ส่วนที่เกินถึง 1,800 ซีซี ซีซีละ 1.50 บาท และส่วนที่เกิน 1,800 ซีซี ซีซีละ 4 บาท
| ขนาดเครื่องยนต์ | ภาษีต่อปีโดยประมาณ |
|---|---|
| 1,200 ซีซี | 1,200 บาท |
| 1,500 ซีซี | 1,650 บาท |
| 1,800 ซีซี | 2,100 บาท |
| 2,000 ซีซี | 2,900 บาท |
| 2,400 ซีซี | 4,500 บาท |
| 3,000 ซีซี | 6,900 บาท |
รถอายุตั้งแต่ปีที่หกได้ลดภาษีร้อยละ 10 และลดเพิ่มปีละร้อยละ 10 จนถึงร้อยละ 50 ตั้งแต่ปีที่สิบเป็นต้นไป นี่คือข้อดีเล็กๆ ของรถมือสองอายุมาก ส่วนกระบะและรถไฟฟ้าคิดภาษีตามน้ำหนักรถ ไม่ได้คิดตามซีซี
ตัวเลขนี้คำนวณจากอัตราที่ใช้อยู่ ณ ตุลาคม 2569 ยอดจริงของรถคุณให้ดูจากใบแจ้งหรือเช็กกับกรมการขนส่งทางบก จ่ายช้ามีค่าปรับรายเดือน และถ้าปล่อยภาษีขาดติดต่อกันหลายปี ทะเบียนจะถูกระงับ
พ.ร.บ. และการตรวจสภาพรถ
- พ.ร.บ. หรือประกันภัยภาคบังคับ ต้องมีก่อนจึงจะต่อภาษีได้ รถเก๋งไม่เกินเจ็ดที่นั่งอยู่ราว 645 บาทต่อปี กระบะสูงกว่านั้น คุ้มครองเฉพาะค่ารักษาและชีวิตของคน ไม่ได้คุ้มครองตัวรถ
- ตรวจสภาพรถ รถยนต์อายุเจ็ดปีขึ้นไปต้องผ่านการตรวจสภาพที่สถานตรวจสภาพรถเอกชนก่อนต่อภาษีทุกปี ค่าตรวจหลักร้อยบาท
ประกันภัยภาคสมัครใจ
เป็นก้อนใหญ่ที่สุดรองจากน้ำมัน ประกันชั้นหนึ่งของรถเก๋งเล็กอยู่ราวหมื่นต้นถึงหมื่นปลายบาทต่อปี ขึ้นกับรุ่น อายุรถ ทุนประกัน และประวัติของผู้ขับ เอสยูวี กระบะ และรถไฟฟ้าสูงกว่านั้น
รถอายุมากที่ทุนประกันเหลือน้อย หลายคนเลือกชั้นสองพลัสหรือสามพลัสซึ่งถูกกว่ามาก แต่ต้องเข้าใจว่าคุ้มครองตัวรถเฉพาะกรณีชนกับยานพาหนะทางบกที่มีคู่กรณี ขอใบเสนอราคาของรุ่นที่จะซื้อก่อนตัดสินใจ เพราะรถสองรุ่นที่ราคาเท่ากัน เบี้ยอาจต่างกันหลายพันบาท
ค่าน้ำมัน ก้อนที่ใหญ่ที่สุด
วิธีคิดคือ ระยะทางต่อเดือน หารด้วย อัตราสิ้นเปลือง คูณ ราคาน้ำมัน เช่นขับเดือนละ 1,250 กิโลเมตร รถวิ่งได้ 14 กิโลเมตรต่อลิตร ใช้น้ำมันราว 89 ลิตร ที่ราคาแก๊สโซฮอล์ 95 ราว 40.70 บาทต่อลิตร ณ ต้นเดือนตุลาคม 2569 คิดเป็นราว 3,600 บาทต่อเดือน หรือราว 43,000 บาทต่อปี
ราคาน้ำมันขยับทุกสัปดาห์ ให้ใช้ราคาของวันที่คุณอ่าน และถ้าอยากรู้ว่ารถไฟฟ้าจะลดก้อนนี้ได้เท่าไร ลองใส่ตัวเลขใน เครื่องคำนวณรถไฟฟ้าเทียบรถน้ำมัน
ค่าบำรุงรักษา และเงินสำรองซ่อม
- เช็กระยะ น้ำมันเครื่องและไส้กรองตามระยะในคู่มือ และระยะใหญ่ที่มีของเหลวกับชิ้นส่วนสึกหรอเพิ่มเข้ามา
- ยาง หนึ่งชุดใช้ได้หลายปี แต่แม้ดอกยังเหลือ ยางที่เก่าเกินห้าปีก็ควรเปลี่ยน
- แบตเตอรี่ ส่วนใหญ่อยู่ได้ราวสองถึงสามปีต่อลูก
- เบรก ช่วงล่าง แอร์ ของที่ไม่ได้เปลี่ยนทุกปี แต่มาทีเป็นก้อน
รถยิ่งเก่า ก้อนนี้ยิ่งใหญ่และยิ่งคาดเดายาก วิธีที่ใช้ได้จริงคือ เก็บเงินสำรองซ่อมแยกไว้ทุกเดือน เหมือนเป็นค่างวดอีกก้อน รถอายุมากต้องเก็บมากกว่ารถอายุน้อยหลายเท่า
ตัวอย่าง รถเก๋งเล็ก 1.5 ลิตร หนึ่งคัน
| รายการ | ต่อปีโดยประมาณ |
|---|---|
| ภาษีรถ | 1,650 บาท |
| พ.ร.บ. | 645 บาท |
| ประกันภัยชั้นหนึ่ง | 12,000 ถึง 18,000 บาท |
| น้ำมัน ขับปีละ 15,000 กิโลเมตร | ราว 43,000 บาท |
| เช็กระยะ ยาง แบตเตอรี่ เฉลี่ยต่อปี | หลักพันปลายถึงหมื่นต้น |
รวมแล้วราวหกถึงเจ็ดหมื่นกว่าบาทต่อปี หรือราวห้าถึงหกพันบาทต่อเดือน ยังไม่รวมค่างวด ค่าที่จอด ค่าทางด่วน และค่าซ่อมก้อนใหญ่ ตัวเลขนี้คือเหตุผลที่ ค่างวดรถไม่ควรเกินราวหนึ่งในสี่ของรายได้
ตัวอย่างนี้เป็นค่าประมาณเพื่อให้เห็นภาพ ค่าใช้จ่ายจริงของคุณขึ้นกับรุ่นรถ ระยะทางที่ขับ ราคาน้ำมัน และเบี้ยประกันที่ได้
คำถามที่พบบ่อย
รถเก่ากับรถใหม่ ค่าใช้จ่ายรายปีต่างกันยังไง
รถเก่าภาษีถูกลงตามอายุและเบี้ยประกันต่ำกว่าเพราะทุนประกันน้อย แต่ค่าซ่อมสูงกว่าและต้องตรวจสภาพก่อนต่อภาษีทุกปี รถใหม่กลับกัน ค่าซ่อมแทบไม่มีในช่วงรับประกัน แต่เบี้ยประกันและค่าเสื่อมราคาสูงกว่า
ไม่ทำประกันภาคสมัครใจได้ไหม
กฎหมายบังคับแค่ พ.ร.บ. แต่ พ.ร.บ. ไม่คุ้มครองตัวรถและทรัพย์สินของคู่กรณี ถ้าชนรถคนอื่นแล้วเป็นฝ่ายผิด ค่าซ่อมรถคู่กรณีทั้งหมดเป็นของคุณ อย่างน้อยควรมีประกันที่คุ้มครองทรัพย์สินบุคคลภายนอก
